การดวลแข้งของทัพหนีบ๊วยนั้นเข้าข้นและดุเดือด

13/09/2018 admin

การดวลแข้งของทัพหนีบ๊วยนั้นเข้าข้นและดุเดือด
การดวลแข้งของทัพหนีบ๊วยนั้นเข้าข้นและดุเดือด เริ่มเกมซาอุดิอาระเบีย พาบอลไปหน้าประตูอียิปต์หลายครั้งแต่ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาส จนกระทั่งนาที 22 ซาอุฯ เสียบอลกลางสนาม และบอลยาวจากอับดุลลาห์ ซาอิด ตักยาวให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปกระดกบอลข้ามหัว ยาสเซอร์ อัล โมไซเมล ผู้รักษาประตูซาอุดิอาระเบียเขึ้นนำ 1-0 ในนาที 22 เป็นประตูที่ 2 ของซาลาห์ในฟุตบอลโลก

นับตั้งแต่โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล เมื่อปี 2017 กองหน้าทีมชาติอียิปต์ยิงไปแล้ว 50 ประตู ใน 58 เกมทั้งสโมสร และทีมชาติ  แต่แล้วก่อนจบครึ่งแรก ซาอุดิอาระเบียมาได้จุดโทษอีกครั้งในนาที 46 อาลี กาบร์ กองหลังอียิปต์ไปแล้วเอา  ฟาฮัด อัลมุวัลลัด ล้มในกรอบเขตโทษ ซึ่งหลังผู้ตัดสินเช็ก VAR ชี้เป็นจุดโทษ  ซาอุดิอาระเบีย เปลี่ยนให้  ซัลมาน  อัล ฟาราจ ยิงบ้าง ให้ซาอุดิอาระเบียตีเสมอ 1-1เข้าสู่ครึ่งหลัง ซาอุดิอาระเบีย เดินหน้าบดต่อเนื่อง แต่อียิปต์มีโต้น่ากลัวๆ หลายค     รั้ง จากการขับเคลื่อนของซาลาห์ เกมทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์ 1-1 แต่ช่วงท้ายเกมอับดุลลาห์ โอเตย์ฟ ทำชิ่งให้ ซาเล็ม อัล ดอว์ซาวี หลุดเข้าไปยิงเสียบเสาไกลเข้าไปเป็นประตูชัยในนาที 90+4 ส่งผลให้ ซาอุดิอาระเบีย คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-1 คว้า 3 แต้มเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม เขี่ย อียิปต์ หล่นไปจมบ๊วยแพ้รวด 3 นัด ส่วนในกลุ่มนี้ อุรุกวัย ที่เอาชนะ รัสเซีย 3-0 เข้าเป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนรัสเซีย เป็นอันดับ 2

Leave Comment